ธปท. ผนึกกำลัง 15 แบงก์ตั้งศูนย์ป้องกันภัยไซเบอร์โจมตี

ธปท. จับมือ 15 แบงก์ตั้งศูนย์ป้องกันภัยไซเบอร์โจมตี เผยพบการหลอกลวงทางอีเมลมากที่สุด ลดความเสียหายได้ถึง 3,000 ล้านบาทต่อปี

ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และ ธนาคารสมาชิกทั้ง 15 แห่ง ได้ร่วมมือจัดตั้งศูนย์ประสานงานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร หรือ Thailand Banking Sector CERT หรือ TB-CERT

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่าปัจจุบันภัยคุกคามไซเบอร์ มีหลากหลายรูปแบบ สถาบันการเงินต้องยกระดับความร่วมมือในการดูแลความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ ซึ่ง TB-CERT จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล วิธีการป้องกัน หากมีสถาบันการเงินถูกโจมตี รวมทั้งต้องช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้าใจ เรียนรู้เท่าทันต่อภัยคุกคามไซเบอร์ และปิดช่องโหว่ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ซึ่งหากสามารถปิดช่องโหว่ และป้องกันได้จะลดความเสียหายได้มาก

ด้านนางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กล่าวว่าภัยคุกคามไซเบอร์ที่พบมากที่สุด คือการฟิชชิง (Phishing)การหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตเพื่อขอข้อมูลที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน บัตรเครดิต โดยส่งมาทางอีเมล์ อ้างตัวว่าเป็นสถาบันการเงิน โดยในแต่ละปีสามารถสกัดการฟิชชิงลดความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ถึง 3,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังมีภัยไซเบอร์ ดีดอส ( D Dos) คือการโจมตีคอมพิวเตอร์โดยแฮกเกอร์ รวมทั้งมัลแวร์เรียกค่าไถ่ เป็นต้น ซึ่งภัยไซเบอร์เหล่านี้เคยโจมตีสถาบันการเงิน หากป้องกันได้จะเป็นลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง ฉ้อโกง ซึ่งะเป็นประโยชน์กับประชาชน

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่าการดำเนินการของ TB-CERT ครอบคลุมใน 4 ด้านได้แก่ 1.เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์และแนวทางแก้ไข 2.สร้างมาตรฐานกลางด้านความมั่นคงปลอดภัยของการใช้เทคโนโลยีใหม่ 3.กำหนดกระบวนการในการรับมือภัยไซเบอร์ในภาคการธนาคาร และจัดให้มีการซ้อมรับมือสม่ำเสมอ 4.ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้าน Cyber security โดยครอบคลุมทั้งการสร้างบุคลากรใหม่เข้าสู่ภาคการเงิน และพัฒนาบุคลากรของสถาบันการเงินให้มีความเข้าใจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งจะมีการดำเนินการต่อไปเพื่อยกระดับความพร้อมของสถาบันการเงินไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล.- สำนักข่าวไทย